ขจัดราดำในห้องน้ำยังไงให้หายขาด เพราะขัดแรงแค่ไหนก็แพ้ความชื้นอยู่ดี

ขจัดราดำในห้องน้ำ ใช้น้ำยาฟอกขาว (โซเดียมไฮโปคลอไรต์) ผสมน้ำ 1 ต่อ 10 ชุบกระดาษทิชชูพอกไว้ตามยาแนวและมุมที่ดำ ทิ้งไว้ 30-60 นาทีแล้วขัดด้วยแปรงเก่า ล้างน้ำสะอาด คราบฝังลึกใช้เบกกิ้งโซดาผสมน้ำเป็นครีมขัดซ้ำ ส่วนซิลิโคนที่ราฝังเข้าเนื้อแล้วต้องลอกเปลี่ยนใหม่ และที่ขาดไม่ได้คือแก้ต้นตอ: ไล่ความชื้นออกจากห้องน้ำให้เร็วขึ้นหลังใช้งานทุกครั้ง
สรุปใน 30 วินาที
- น้ำยาฟอกขาวเจือจาง 1:10 พอกด้วยทิชชู 30-60 นาที ได้ผลกว่าฉีดแล้วขัดทันทีมาก
- ซิลิโคนที่ดำจากข้างใน ขัดยังไงก็ไม่ออก ลอกเปลี่ยนใหม่ถูกกว่าเสียแรงฟรี
- ราจะกลับมาเสมอถ้าห้องน้ำแห้งช้า เป้าหมายคือผนังแห้งภายใน 1-2 ชั่วโมงหลังอาบ
กติกาความปลอดภัยก่อนเริ่ม
เปิดประตูหน้าต่างและพัดลมระบายอากาศตลอดเวลาที่ทำ สวมถุงมือยางและหน้ากาก และกฎเหล็กที่ต้องจำขึ้นใจ: ห้ามผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาล้างห้องน้ำที่มีกรดหรือแอมโมเนียเด็ดขาด เพราะจะเกิดก๊าซพิษอันตรายถึงชีวิต ใช้ทีละตัว ล้างน้ำเปล่าให้หมดก่อนสลับตัวใหม่เสมอ บ้านที่เลี่ยงสารแรงต้องการ ใช้น้ำส้มสายชู 5% ฉีดทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงแทนได้ แต่ต้องทำซ้ำบ่อยกว่า
ทำไมขัดออกแล้ว อีกเดือนก็ดำเหมือนเดิม
เพราะสิ่งที่เราขัดออกคือ "ผล" ไม่ใช่ "เหตุ" ครับ ราต้องการแค่สองอย่าง: ความชื้นและอาหาร (คราบสบู่ ไคล) ห้องน้ำไทยส่วนใหญ่ปิดทึบ ความชื้นหลังอาบค้างอยู่นานหลายชั่วโมง สปอร์ราที่ลอยอยู่ทั่วไปในอากาศจึงกลับมาลงหลักปักฐานที่เดิมได้ตลอด การขัดโดยไม่แก้ระบายอากาศจึงเหมือนวิดน้ำเรือรั่ว เทียบกันชัด ๆ: ห้องน้ำ ก. ขัดราทุกเดือน เดือนละ 1 ชั่วโมง ปีละ 12 ชั่วโมง ราก็ยังกลับมา ห้องน้ำ ข. ลงทุนแก้ระบายอากาศครั้งเดียว ขัดใหญ่ปีละ 2-3 ครั้งพอ ได้เวลาคืนปีละเกือบ 10 ชั่วโมงพร้อมห้องน้ำที่ดูใหม่กว่า
ไล่ความชื้นยังไงในห้องน้ำที่ไม่มีหน้าต่าง
| ตัวช่วย | ต้นทุน | ผล |
|---|---|---|
| เปิดพัดลมระบายอากาศต่อหลังอาบ 20-30 นาที | ค่าไฟไม่กี่สตางค์ | ความชื้นลดชัดเจนที่สุด |
| ใช้ที่รีดน้ำ (squeegee) รูดผนังหลังอาบ | หลักสิบบาท ครั้งเดียว | ตัดน้ำบนผนัง 80% ใน 1 นาที |
| เปิดประตูห้องน้ำทิ้งไว้หลังใช้ | ฟรี | อากาศหมุนเวียน แห้งไวขึ้น |
| ผ้าเช็ดมุมอับ+ซิลิโคนสัปดาห์ละครั้ง | แรงนิดหน่อย | จุดเสี่ยงไม่มีน้ำขังค้าง |
ถ้าไม่มีพัดลมดูดอากาศเลย การติดตั้งเพิ่มราคาเครื่องละหลักร้อยปลาย ๆ ถึงพันกว่าบาทรวมค่าช่าง คือการลงทุนที่เปลี่ยนสมการทั้งห้อง
ซิลิโคนดำ เปลี่ยนเองได้ไหม
ได้ครับ ใช้คัตเตอร์กรีดลอกเส้นเดิมออกให้หมด ขูดเศษค้าง เช็ดแอลกอฮอล์ให้แห้งสนิท แล้วยิงซิลิโคนใหม่ชนิดกันเชื้อรา (มีคำว่า anti-fungal หรือ sanitary) ปาดเรียบด้วยนิ้วชุบน้ำสบู่ ทิ้งให้แห้ง 24 ชั่วโมงก่อนโดนน้ำ หลอดละราวร้อยกว่าบาท ทำเองครึ่งชั่วโมง ห้องน้ำดูใหม่ขึ้นผิดหูผิดตา
ความชื้นคือบอสตัวเดียวกับที่ทำ เครื่องซักผ้าเหม็นอับ และเป็นเพื่อนสนิทกับ ท่อระบายน้ำตัน จัดการสามจุดนี้จบ บ้านทั้งหลังจะหอมขึ้นแบบรู้สึกได้ ส่วนสายประหยัดต่อยอดที่ วิธีลดค่าไฟหน้าร้อน ได้เลย
ราดำไม่ใช่ปัญหาความสะอาด แต่เป็นปัญหาการไหลของอากาศ ห้องน้ำบ้านคุณหลังอาบเสร็จ ใช้เวลากี่ชั่วโมงกว่าจะแห้งครับ
คำถามที่พบบ่อย
ราดำในห้องน้ำอันตรายต่อสุขภาพแค่ไหน
สปอร์ราในอากาศเป็นตัวกระตุ้นภูมิแพ้ หอบหืด และการระคายเคืองทางเดินหายใจ โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และคนที่เป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว แม้คนแข็งแรงจะไม่ป่วยทันที แต่การสูดดมสะสมทุกวันในห้องปิดไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน ถ้ามีอาการจามหรือคัดจมูกทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ นั่นคือสัญญาณให้จัดการด่วน
ใช้น้ำส้มสายชูแทนน้ำยาฟอกขาวได้ผลไหม
ได้ผลกับราบนผิววัสดุและมีข้อดีที่ซึมเข้ารูพรุนของยาแนวได้ดี วิธีใช้คือฉีดน้ำส้มสายชู 5% แบบไม่เจือจาง ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงแล้วขัดล้าง แต่กับคราบดำฝังลึกจะเห็นผลช้ากว่าน้ำยาฟอกขาวและต้องทำซ้ำหลายรอบ ข้อห้ามเดิมยังอยู่: อย่าใช้พร้อมหรือผสมกับน้ำยาฟอกขาวเด็ดขาด


